วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2551

หญ้าที่ต้องการเหยียบย่ำ

The Road Not Taken

TWO roads diverged in a yellow wood,
And sorry I could not travel both
And be one traveler, long I stood
And looked down one as far as I could
To where it bent in the undergrowth;

Then took the other, as just as fair,
And having perhaps the better claim
Because it was grassy and wanted wear;
Though as for that, the passing there
Had worn them really about the same,

And both that morning equally lay
In leaves no step had trodden black.
Oh, I marked the first for another day!
Yet knowing how way leads on to way
I doubted if I should ever come back.

I shall be telling this with a sigh
Somewhere ages and ages hence:
Two roads diverged in a wood, and I,
I took the one less traveled by,
And that has made all the difference.

ทางที่ไม่ได้เลือก

ทางสองแพร่งทอดไกลในราวป่า
เสียดายว่าฉันเลือกได้เพียงสายหนึ่ง
ต้องเดินดุ่มลำพังหวังไปถึง
ปลายทางซึ่งเลี้ยวพุ่มไม้ลับสายตา

ฉันเลือกบนเส้นทางที่ต่างไป
งามเหมือนทางอีกสายแต่รกหญ้า
รอคอยผู้แผ้วถางทางมรรคา
เหยีบย่ำนำทางมาให้น่าดู

ทางสองสายทอดไกลใบไม้สุม
โปรยคลุมเส้นทางยามเช้าตรู่
จุดหมายนั้นฉันใดใครจะรู้
ปลายทางฤานำสู่แห่งหนใด

ฉันเก็บทางแรกไว้เดินวันหน้า
แม้นว่าได้ย้อนคืนมาเลือกใหม่
เป็นทางเดินทางใดยังแคลงใจ
มิอาจเดินคร่อมสองสายเฉกเช่นนั้น

ฉันเพียงอยากจะเล่าขาน
ถึงสถานที่แห่งวัยวุฒิและวารวัน
ในป่ามีทางสองสายให้เลือกสรร
ย้อนรำลึกครั้งนั้นฉันถอนใจ

ทางสองแพร่งเหยียดยาวในราวป่า
มิอาจรู้เลยว่าปลายทางนำสู่หนไหน
ครั้งนั้นฉันเลือกเดินบนเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใคร
ชีวิตจึงพลิกผันไปนับแต่นั้น.

ปราย พันแสง

โรเบริต ฟรอส ต้องเลือกระหว่างการไปเป็นนักธุรกิจ กับการไปเป็นนักเขียน(ที่ไม่รู้ว่าจะดังรึเปล่า) สุดท้ายเค้าก็เลือกอย่างหลัง "เท่ โคตร" คุณปรายบอก และฉันก็กำลังจะทำอย่างนั้น
ฉันกำลังจะเลือกทางที่ไม่ค่อยมีคนเดิน ทางที่คนไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะในทางที่หญ้าขึ้นรกชันนั้น ฉันแอบรู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่า มันอาจจะนำพาไปสู่หนทางที่ฉันต้องการจริง ๆ ในท้ายที่สุด
ความฝัน อาจจะไม่ค่อยเป็นไปได้ในชีวิตจริง บางคนตัดสินใจเลือกทางที่เท่ ๆ แบบนี้ แต่ไม่อาจดูแลตัวเอง หรือพ่อแม่ได้ พี่ปรายบอกว่า คนที่ยอมละทิ้งความฝันของตัวเอง เพื่อทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อคนอื่น นั่นก็เท่เหมือนกัน...แต่ฉันจะไม่ยอมที่จะต้องเป็นแบบนั้น จะไม่ยอมทิ้งความฝันหรือสิ่งที่อยากทำของตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้น เพราะนั่นคงทำให้พ่อกับแม่ไม่มีความสุขเข้าไปใหญ่ แต่ฉันจะพยายามเยอะ ๆ พยามอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ และเลี้ยงดูพ่อแม่ได้
ไม่ว่าจะทางไหน ชีวิตมันก็ไม่ง่ายทั้งนั้นแหละเนอะ วันนึงในขณะที่เดินทางที่ยากลำบากนั้น ฉันอาจจะกลับมาหวนระลึกถึงทางที่ไม่ได้เลือก แล้วก็เสียใจก็เป็นได้ แต่มันก็คงแค่เป็นโมเม้นนึงเท่านั้นแหละ ฉันอาจจะกลับมาคิดถึงทางที่ไม่ได้เลือกบ่อย ๆ แต่ในที่สุดแล้ว ชีวิตจะนำพาเราไปสู่จุดที่มีความสุขได้ทั้งนั้นเนอะ สู้ ๆ น้ำริน
ตอนนี้ สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการสร้างความกล้าให้ตัวเอง กล้าที่จะเลือก กล้าที่จะไม่เลือก กล้าที่จะยอมรับความลำบาก ความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ฉันพยายามบอกตัวเองว่า ทางที่เลือกแล้ว เป็นทางที่ถูกต้องที่สุด
ฉันพยายามที่จะบอกตัวเองว่า ถูกต้องแล้ว ที่เลือกที่จะเป็นผู้สร้าง อย่างน้อย เราก็ไม่ได้เกิดมา แล้วผ่านไป ไม่ได้ทิ้งอะไรให้โลกเลยนอกจากทำให้มันร้อนขึ้น ไปเป็นเลขา ก็อาจจะสบาย มีเงินเยอะ ได้แต่งตัวสวย กินอาหารดี ๆ แล้วก็รับใช้นาย แต่การได้ผลิตอะไรที่เป็นของตัวเอง ได้เขียนหนังสือที่มีชื่อในอยู่ในนั้น ก็คงภูมิใจไม่หยอก ไม่ใช่ว่าจะทำอยู่อย่างนี้ทั้งชีวิตซะเมื่อไหร่
ขอให้ฉันมีความกล้าด้วยเถอะ

ยังไงก็ตาม
ฉันรู้ว่า ถ้าเกิดวันนึงร่วงหล่นลงมา หรือหกล้มบาดเจ็บ
นอกจากพ่อแม่พี่น้องแล้ว
ฉันจะมีคนคนหนึ่งอยู่ข้างๆเสมอ

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

"จะมีคนคนหนึ่งอยู่ข้างๆเสมอ" ;)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

และคนคนนั้นก็คือหัวหน้าหมู่นั่นเอง ก๊ากกกกกกกก

ชอบกลอนบทนี้มาก-มาก
อ่านทีไรรู้สึกดีและได้กำลังใจทุกครั้ง
เป็นอะไรอย่างเดียวละมั้งที่เรียนตั้งกะปีหนึ่งแล้วยังไม่ลืม ฮ่าๆ

ดีใจด้วยกับน้ำริน
สู้ต่อไป เจ้ากระต่าย :)