โอ้ยยยย ทนไม่ไหวแล้วนะ
เปิดหน้าบล๊อกของตัวเองไม่ได้ซักที ตั้งแต่มาอยู่หอเนี้ย
เลยไม่ได้อัพเดต ไม่มีกระจิตกระใจจะอัพเดต
ฮ่วย!!!
เอาไงดีนะ
กลับไปเขียนสเปซ
สร้างบล๊อกใหม่ในบล๊อกสปอตอีกอัน (เดี๋ยวก็เปิดไม่ได้อีกง่า)
หรือว่าสร้างบล๊อกในเวบอื่น
แล้วทำไมถึงเปิดบล๊อกอื่นของบล๊อกสปอตได้
แล้วทำไมมีเครื่องเราเครื่องเดียว เน็ตที่นี่เท่านั้นที่ทำให้เราเปิดเวบเราไม่ได้
โว้ยยยยยยยยยย
เซ็งจิ๊บ
ลองทำอีกอันในบล๊อกสปอตนี่แหละ
ได้ไม่ได้ยังไงจะมาโพสต์อีกที
วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
That's why it's called L O V E
"Tune in"
Someone told me that word.
รู้สึกว่าเป็นคำที่น่ารักดี
ถ้าคลื่นมันขาด ๆ หาย ๆ ก็ลองหมุนหาคลื่นดูซักหน่อยมั้ย
จะปิดเครื่องเลยเหรอ....อย่าเลยน่าา
เหมือนจิ๊กซอว์ ถ้ามันยังไม่ลงล๊อก
ก็ลองบิดซ้าย บิดขวา หมุนไปหมุนมามั้ย
จะโยนชิ้นนั้นทิ้งเลยเหรอ....อย่าเลยน่า ถ้าเกิดมันเป็นชิ้นที่ถูกแล้วล่ะ
ลองมา "Tune in" กันหน่อยดีมั้ย
That's why it's called L O V E......
That's why I love you.
Special Thank : thank you for your gentle voice every time u pick up my phone
That means a lot to me
Someone told me that word.
รู้สึกว่าเป็นคำที่น่ารักดี
ถ้าคลื่นมันขาด ๆ หาย ๆ ก็ลองหมุนหาคลื่นดูซักหน่อยมั้ย
จะปิดเครื่องเลยเหรอ....อย่าเลยน่าา
เหมือนจิ๊กซอว์ ถ้ามันยังไม่ลงล๊อก
ก็ลองบิดซ้าย บิดขวา หมุนไปหมุนมามั้ย
จะโยนชิ้นนั้นทิ้งเลยเหรอ....อย่าเลยน่า ถ้าเกิดมันเป็นชิ้นที่ถูกแล้วล่ะ
ลองมา "Tune in" กันหน่อยดีมั้ย
That's why it's called L O V E......
That's why I love you.
Special Thank : thank you for your gentle voice every time u pick up my phone
That means a lot to me
วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2551
หญิงสาวผู้หวาดกลัวความสุข
หญิงสาวผู้หวาดกลัวความสุข : โยชิโมโตะ บานานา
อ่านเรื่องนี้จบมาตั้งนานแล้วล่ะ แต่หลายครั้ง ที่ฉันคิดถึงผุ้หญิงคนนี้
ผู้หญิงคนนี้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองไม่ความสุข ไม่ใช่ว่าเธอชอบความทุกข์ เป็นซาดิสม์ หรืออะไร
แต่เธอคิดว่าเธอไม่สมควรที่จะมีความสุขเพราะเธอได้ทำอะไรบางอย่างลงไป
บางอย่างที่ถ้าบอกใครไป ทุกคนคงบอกว่า จะบ้าเรอะ!
ครุ่นคิด...
ฉันเป็นแบบผุ้หญิงงคนนี้รึเปล่า
ฉันวิ่งหนีความสุขรึเปล่า หรือว่าฉันอาจจะเคยชินกับการที่จะมีความทุกข์มากเกินไป
งืม...คิดมากเกินไป
คงเป็นแบบที่หัวหน้าหมู่บอก..คิดมากเกินไปแล้วน้ำริน
(อ๊ะ งานเข้าา แอบกลับไปทำงานก่อน)
อ่านเรื่องนี้จบมาตั้งนานแล้วล่ะ แต่หลายครั้ง ที่ฉันคิดถึงผุ้หญิงคนนี้
ผู้หญิงคนนี้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองไม่ความสุข ไม่ใช่ว่าเธอชอบความทุกข์ เป็นซาดิสม์ หรืออะไร
แต่เธอคิดว่าเธอไม่สมควรที่จะมีความสุขเพราะเธอได้ทำอะไรบางอย่างลงไป
บางอย่างที่ถ้าบอกใครไป ทุกคนคงบอกว่า จะบ้าเรอะ!
ครุ่นคิด...
ฉันเป็นแบบผุ้หญิงงคนนี้รึเปล่า
ฉันวิ่งหนีความสุขรึเปล่า หรือว่าฉันอาจจะเคยชินกับการที่จะมีความทุกข์มากเกินไป
งืม...คิดมากเกินไป
คงเป็นแบบที่หัวหน้าหมู่บอก..คิดมากเกินไปแล้วน้ำริน
(อ๊ะ งานเข้าา แอบกลับไปทำงานก่อน)
วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2551
เวลาแห่งชิวิต คือกระแสธารอันเชี่ยวกราก
มันไหลถาโถมเราไป แรง และเร็ว จนบางครั้งเราไม่ทันตั้งตัว
ชีวิตผ่านอะไรมาบ้าง บางทีก็ลืมไป
ชีวิต พบใครมาบ้าง บางทีก็อยากลบไป
วันข้างหน้าอะไรจะไหลมากระทบ
จะได้พบกับใครใหม่ ๆ
สายน้ำไม่เคยเปิดเผย
สิ่งที่ทำได้ คือ รู้สึก
รู้สึกในทุก ๆ ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาอย่างมีสติ
รู้สึก และปล่อยมันไป
ทั้งความรู้สึกที่ดี และไม่ดี
ทุก ๆ ครั้งที่สิ่งไม่ดีผ่านเข้ามา เรารู้ว่าแล้วมันก็จะผ่านไป
และเมื่อสิ่งดี ๆ ผ่านมา เราก็รู้ว่ามันก็มีวันที่จะผ่านไปเช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้น เราจะได้อะไรล่ะ
.....
ก็ความรู้สึกแห่งปัจจุบันไง
มีความสุขกับสายน้ำเย็นที่ผ่านเข้ามาเถอะ
.................
1. แอบมาแปลกแฮะ มาเป็นความเพ้อพก ตอนนี้ก็ทำงานเรื่อยๆ เหนื่อยบ้าง เครียดบ้าง แต่ก็สนุกดี แปลงานไปก็อนาถใจไป
โถ..ชีวิตคน เพื่อเงิน จะทำอะไรก็ได้ ทำให้ตั้งคำถามว่า อะไรคือความเป็นมนุษย์ พอคิดว่า มันอยู่ที่การเลือก แล้วเราจะมีสิทธิ์อะไรไปบอกว่าสิ่ง
ที่เค้าเลือกมันผิด
2. คนเราชอบบอกว่า ชอบคนนั้นคนนี้ อย่างไม่มีเหตุผล จริง ๆ แล้วมันมีเหตุผล ที่เราอาจจะอธิบายออกมาไม่ได้เป็นคำพูด แต่จริง ๆ แล้วมันมีแหละ
ต้องมี เช่น ชอบเวลาเธอกระพริบตาถี่ๆ สองที หรือว่า ชอบตอนที่เธอทำของตกแล้วก้มลงเก็บแล้วเงยหน้าขึ้นมา 80 องศา
อะไงมันก็ต้องมี
3. ความรู้สจักพอ และพอใจในสิ่งที่มีอยู่ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุดเช่นกัน
4.งานเลิกแล้ว 555 หนีไปหาซือจ่าง เอาเงินไปให้มันยืมดีกว่า
มันไหลถาโถมเราไป แรง และเร็ว จนบางครั้งเราไม่ทันตั้งตัว
ชีวิตผ่านอะไรมาบ้าง บางทีก็ลืมไป
ชีวิต พบใครมาบ้าง บางทีก็อยากลบไป
วันข้างหน้าอะไรจะไหลมากระทบ
จะได้พบกับใครใหม่ ๆ
สายน้ำไม่เคยเปิดเผย
สิ่งที่ทำได้ คือ รู้สึก
รู้สึกในทุก ๆ ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาอย่างมีสติ
รู้สึก และปล่อยมันไป
ทั้งความรู้สึกที่ดี และไม่ดี
ทุก ๆ ครั้งที่สิ่งไม่ดีผ่านเข้ามา เรารู้ว่าแล้วมันก็จะผ่านไป
และเมื่อสิ่งดี ๆ ผ่านมา เราก็รู้ว่ามันก็มีวันที่จะผ่านไปเช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้น เราจะได้อะไรล่ะ
.....
ก็ความรู้สึกแห่งปัจจุบันไง
มีความสุขกับสายน้ำเย็นที่ผ่านเข้ามาเถอะ
.................
1. แอบมาแปลกแฮะ มาเป็นความเพ้อพก ตอนนี้ก็ทำงานเรื่อยๆ เหนื่อยบ้าง เครียดบ้าง แต่ก็สนุกดี แปลงานไปก็อนาถใจไป
โถ..ชีวิตคน เพื่อเงิน จะทำอะไรก็ได้ ทำให้ตั้งคำถามว่า อะไรคือความเป็นมนุษย์ พอคิดว่า มันอยู่ที่การเลือก แล้วเราจะมีสิทธิ์อะไรไปบอกว่าสิ่ง
ที่เค้าเลือกมันผิด
2. คนเราชอบบอกว่า ชอบคนนั้นคนนี้ อย่างไม่มีเหตุผล จริง ๆ แล้วมันมีเหตุผล ที่เราอาจจะอธิบายออกมาไม่ได้เป็นคำพูด แต่จริง ๆ แล้วมันมีแหละ
ต้องมี เช่น ชอบเวลาเธอกระพริบตาถี่ๆ สองที หรือว่า ชอบตอนที่เธอทำของตกแล้วก้มลงเก็บแล้วเงยหน้าขึ้นมา 80 องศา
อะไงมันก็ต้องมี
3. ความรู้สจักพอ และพอใจในสิ่งที่มีอยู่ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุดเช่นกัน
4.งานเลิกแล้ว 555 หนีไปหาซือจ่าง เอาเงินไปให้มันยืมดีกว่า
วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2551
การอัพไดแบบมองไม่เห็น
เปิดหน้าแรกของบล๊อกไม่ได้ แต่อัพไดได้
กรรมจริง ๆ
อ่านคอมเม้นก็ไม่เห็น
อยากเขียนเรื่องการเริ่มต้นทำงาน
แต่พอเปิดดูไม่ได้เลยขี้เกียจเขียนเลย
กรรมจริง ๆ
อ่านคอมเม้นก็ไม่เห็น
อยากเขียนเรื่องการเริ่มต้นทำงาน
แต่พอเปิดดูไม่ได้เลยขี้เกียจเขียนเลย
วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2551
หญ้าที่ต้องการเหยียบย่ำ
The Road Not Taken
TWO roads diverged in a yellow wood,
And sorry I could not travel both
And be one traveler, long I stood
And looked down one as far as I could
To where it bent in the undergrowth;
Then took the other, as just as fair,
And having perhaps the better claim
Because it was grassy and wanted wear;
Though as for that, the passing there
Had worn them really about the same,
And both that morning equally lay
In leaves no step had trodden black.
Oh, I marked the first for another day!
Yet knowing how way leads on to way
I doubted if I should ever come back.
I shall be telling this with a sigh
Somewhere ages and ages hence:
Two roads diverged in a wood, and I,
I took the one less traveled by,
And that has made all the difference.
ทางที่ไม่ได้เลือก
ทางสองแพร่งทอดไกลในราวป่า
เสียดายว่าฉันเลือกได้เพียงสายหนึ่ง
ต้องเดินดุ่มลำพังหวังไปถึง
ปลายทางซึ่งเลี้ยวพุ่มไม้ลับสายตา
ฉันเลือกบนเส้นทางที่ต่างไป
งามเหมือนทางอีกสายแต่รกหญ้า
รอคอยผู้แผ้วถางทางมรรคา
เหยีบย่ำนำทางมาให้น่าดู
ทางสองสายทอดไกลใบไม้สุม
โปรยคลุมเส้นทางยามเช้าตรู่
จุดหมายนั้นฉันใดใครจะรู้
ปลายทางฤานำสู่แห่งหนใด
ฉันเก็บทางแรกไว้เดินวันหน้า
แม้นว่าได้ย้อนคืนมาเลือกใหม่
เป็นทางเดินทางใดยังแคลงใจ
มิอาจเดินคร่อมสองสายเฉกเช่นนั้น
ฉันเพียงอยากจะเล่าขาน
ถึงสถานที่แห่งวัยวุฒิและวารวัน
ในป่ามีทางสองสายให้เลือกสรร
ย้อนรำลึกครั้งนั้นฉันถอนใจ
ทางสองแพร่งเหยียดยาวในราวป่า
มิอาจรู้เลยว่าปลายทางนำสู่หนไหน
ครั้งนั้นฉันเลือกเดินบนเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใคร
ชีวิตจึงพลิกผันไปนับแต่นั้น.
ปราย พันแสง
โรเบริต ฟรอส ต้องเลือกระหว่างการไปเป็นนักธุรกิจ กับการไปเป็นนักเขียน(ที่ไม่รู้ว่าจะดังรึเปล่า) สุดท้ายเค้าก็เลือกอย่างหลัง "เท่ โคตร" คุณปรายบอก และฉันก็กำลังจะทำอย่างนั้น
ฉันกำลังจะเลือกทางที่ไม่ค่อยมีคนเดิน ทางที่คนไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะในทางที่หญ้าขึ้นรกชันนั้น ฉันแอบรู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่า มันอาจจะนำพาไปสู่หนทางที่ฉันต้องการจริง ๆ ในท้ายที่สุด
ความฝัน อาจจะไม่ค่อยเป็นไปได้ในชีวิตจริง บางคนตัดสินใจเลือกทางที่เท่ ๆ แบบนี้ แต่ไม่อาจดูแลตัวเอง หรือพ่อแม่ได้ พี่ปรายบอกว่า คนที่ยอมละทิ้งความฝันของตัวเอง เพื่อทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อคนอื่น นั่นก็เท่เหมือนกัน...แต่ฉันจะไม่ยอมที่จะต้องเป็นแบบนั้น จะไม่ยอมทิ้งความฝันหรือสิ่งที่อยากทำของตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้น เพราะนั่นคงทำให้พ่อกับแม่ไม่มีความสุขเข้าไปใหญ่ แต่ฉันจะพยายามเยอะ ๆ พยามอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ และเลี้ยงดูพ่อแม่ได้
ไม่ว่าจะทางไหน ชีวิตมันก็ไม่ง่ายทั้งนั้นแหละเนอะ วันนึงในขณะที่เดินทางที่ยากลำบากนั้น ฉันอาจจะกลับมาหวนระลึกถึงทางที่ไม่ได้เลือก แล้วก็เสียใจก็เป็นได้ แต่มันก็คงแค่เป็นโมเม้นนึงเท่านั้นแหละ ฉันอาจจะกลับมาคิดถึงทางที่ไม่ได้เลือกบ่อย ๆ แต่ในที่สุดแล้ว ชีวิตจะนำพาเราไปสู่จุดที่มีความสุขได้ทั้งนั้นเนอะ สู้ ๆ น้ำริน
ตอนนี้ สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการสร้างความกล้าให้ตัวเอง กล้าที่จะเลือก กล้าที่จะไม่เลือก กล้าที่จะยอมรับความลำบาก ความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ฉันพยายามบอกตัวเองว่า ทางที่เลือกแล้ว เป็นทางที่ถูกต้องที่สุด
ฉันพยายามที่จะบอกตัวเองว่า ถูกต้องแล้ว ที่เลือกที่จะเป็นผู้สร้าง อย่างน้อย เราก็ไม่ได้เกิดมา แล้วผ่านไป ไม่ได้ทิ้งอะไรให้โลกเลยนอกจากทำให้มันร้อนขึ้น ไปเป็นเลขา ก็อาจจะสบาย มีเงินเยอะ ได้แต่งตัวสวย กินอาหารดี ๆ แล้วก็รับใช้นาย แต่การได้ผลิตอะไรที่เป็นของตัวเอง ได้เขียนหนังสือที่มีชื่อในอยู่ในนั้น ก็คงภูมิใจไม่หยอก ไม่ใช่ว่าจะทำอยู่อย่างนี้ทั้งชีวิตซะเมื่อไหร่
ขอให้ฉันมีความกล้าด้วยเถอะ
ยังไงก็ตาม
ฉันรู้ว่า ถ้าเกิดวันนึงร่วงหล่นลงมา หรือหกล้มบาดเจ็บ
นอกจากพ่อแม่พี่น้องแล้ว
ฉันจะมีคนคนหนึ่งอยู่ข้างๆเสมอ
TWO roads diverged in a yellow wood,
And sorry I could not travel both
And be one traveler, long I stood
And looked down one as far as I could
To where it bent in the undergrowth;
Then took the other, as just as fair,
And having perhaps the better claim
Because it was grassy and wanted wear;
Though as for that, the passing there
Had worn them really about the same,
And both that morning equally lay
In leaves no step had trodden black.
Oh, I marked the first for another day!
Yet knowing how way leads on to way
I doubted if I should ever come back.
I shall be telling this with a sigh
Somewhere ages and ages hence:
Two roads diverged in a wood, and I,
I took the one less traveled by,
And that has made all the difference.
ทางที่ไม่ได้เลือก
ทางสองแพร่งทอดไกลในราวป่า
เสียดายว่าฉันเลือกได้เพียงสายหนึ่ง
ต้องเดินดุ่มลำพังหวังไปถึง
ปลายทางซึ่งเลี้ยวพุ่มไม้ลับสายตา
ฉันเลือกบนเส้นทางที่ต่างไป
งามเหมือนทางอีกสายแต่รกหญ้า
รอคอยผู้แผ้วถางทางมรรคา
เหยีบย่ำนำทางมาให้น่าดู
ทางสองสายทอดไกลใบไม้สุม
โปรยคลุมเส้นทางยามเช้าตรู่
จุดหมายนั้นฉันใดใครจะรู้
ปลายทางฤานำสู่แห่งหนใด
ฉันเก็บทางแรกไว้เดินวันหน้า
แม้นว่าได้ย้อนคืนมาเลือกใหม่
เป็นทางเดินทางใดยังแคลงใจ
มิอาจเดินคร่อมสองสายเฉกเช่นนั้น
ฉันเพียงอยากจะเล่าขาน
ถึงสถานที่แห่งวัยวุฒิและวารวัน
ในป่ามีทางสองสายให้เลือกสรร
ย้อนรำลึกครั้งนั้นฉันถอนใจ
ทางสองแพร่งเหยียดยาวในราวป่า
มิอาจรู้เลยว่าปลายทางนำสู่หนไหน
ครั้งนั้นฉันเลือกเดินบนเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใคร
ชีวิตจึงพลิกผันไปนับแต่นั้น.
ปราย พันแสง
โรเบริต ฟรอส ต้องเลือกระหว่างการไปเป็นนักธุรกิจ กับการไปเป็นนักเขียน(ที่ไม่รู้ว่าจะดังรึเปล่า) สุดท้ายเค้าก็เลือกอย่างหลัง "เท่ โคตร" คุณปรายบอก และฉันก็กำลังจะทำอย่างนั้น
ฉันกำลังจะเลือกทางที่ไม่ค่อยมีคนเดิน ทางที่คนไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะในทางที่หญ้าขึ้นรกชันนั้น ฉันแอบรู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่า มันอาจจะนำพาไปสู่หนทางที่ฉันต้องการจริง ๆ ในท้ายที่สุด
ความฝัน อาจจะไม่ค่อยเป็นไปได้ในชีวิตจริง บางคนตัดสินใจเลือกทางที่เท่ ๆ แบบนี้ แต่ไม่อาจดูแลตัวเอง หรือพ่อแม่ได้ พี่ปรายบอกว่า คนที่ยอมละทิ้งความฝันของตัวเอง เพื่อทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อคนอื่น นั่นก็เท่เหมือนกัน...แต่ฉันจะไม่ยอมที่จะต้องเป็นแบบนั้น จะไม่ยอมทิ้งความฝันหรือสิ่งที่อยากทำของตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้น เพราะนั่นคงทำให้พ่อกับแม่ไม่มีความสุขเข้าไปใหญ่ แต่ฉันจะพยายามเยอะ ๆ พยามอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ และเลี้ยงดูพ่อแม่ได้
ไม่ว่าจะทางไหน ชีวิตมันก็ไม่ง่ายทั้งนั้นแหละเนอะ วันนึงในขณะที่เดินทางที่ยากลำบากนั้น ฉันอาจจะกลับมาหวนระลึกถึงทางที่ไม่ได้เลือก แล้วก็เสียใจก็เป็นได้ แต่มันก็คงแค่เป็นโมเม้นนึงเท่านั้นแหละ ฉันอาจจะกลับมาคิดถึงทางที่ไม่ได้เลือกบ่อย ๆ แต่ในที่สุดแล้ว ชีวิตจะนำพาเราไปสู่จุดที่มีความสุขได้ทั้งนั้นเนอะ สู้ ๆ น้ำริน
ตอนนี้ สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการสร้างความกล้าให้ตัวเอง กล้าที่จะเลือก กล้าที่จะไม่เลือก กล้าที่จะยอมรับความลำบาก ความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ฉันพยายามบอกตัวเองว่า ทางที่เลือกแล้ว เป็นทางที่ถูกต้องที่สุด
ฉันพยายามที่จะบอกตัวเองว่า ถูกต้องแล้ว ที่เลือกที่จะเป็นผู้สร้าง อย่างน้อย เราก็ไม่ได้เกิดมา แล้วผ่านไป ไม่ได้ทิ้งอะไรให้โลกเลยนอกจากทำให้มันร้อนขึ้น ไปเป็นเลขา ก็อาจจะสบาย มีเงินเยอะ ได้แต่งตัวสวย กินอาหารดี ๆ แล้วก็รับใช้นาย แต่การได้ผลิตอะไรที่เป็นของตัวเอง ได้เขียนหนังสือที่มีชื่อในอยู่ในนั้น ก็คงภูมิใจไม่หยอก ไม่ใช่ว่าจะทำอยู่อย่างนี้ทั้งชีวิตซะเมื่อไหร่
ขอให้ฉันมีความกล้าด้วยเถอะ
ยังไงก็ตาม
ฉันรู้ว่า ถ้าเกิดวันนึงร่วงหล่นลงมา หรือหกล้มบาดเจ็บ
นอกจากพ่อแม่พี่น้องแล้ว
ฉันจะมีคนคนหนึ่งอยู่ข้างๆเสมอ
วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2551
12 ปี 3 เดือน
คนเราจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน เพื่อที่จะรู้ว่ารักใครซักคน
12 ปี 3 เดือน เป็นเวลาที่นานไปรึเปล่า
เวลาสั้น หรือเวลายาว บอกได้ซะเมื่อไหร่ ว่าความรักนั้นเป็นของจริง
ต้องให้เจ็บกี่ครั้ง ปวดใจอีกกี่ที
โชคดี ที่คิดว่าตัวเองรู้ตัวเร็ว ฮ่าๆ
พึ่งดู When Harry met Sally จบไปเมื่อกี้หลังจากไม่ได้ดูมานานมากกกก
( แอบสะท้อนใจเรื่องแฟชั่นในหนังเล็กน้อย
ถ้าต่อไป ลูกมาดูรูปเราตอนนี้ อาจจะคิดว่า แม่เชยน่าดู)
สิบเอ็ดปี...
แฮรรี่ กับแซลลี่ ใช้เวลาสิบเอ็ดปี กว่าจะยอมรับว่าเค้าสองคนรักกัน
นานไปรึเปล่า
หรือว่าต้องใช้เวลาขนาดนั้นเพื่อที่จะยอมรับตัวตนของกันและกันได้ทั้งหมด
หรือต้องใช้เวลานานขนาดนั้นเพื่อที่จะขจัดความกลัวความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นอีก
...."มันเป็นสิ่งลึกลับ.." คนเขียนบทเรื่องนี้บอก
บทสนทนาระหว่างพระเอกกับนางเอก แสดงความแตกต่างทางความคิดของผู้ชายกับผู้หญิงมากเลย
ไม่สิต้องเป็นความต่างของคนสองคน (ไม่มีเพศมาเกี่ยวข้อง)
แซลลี่พูดถึงแฟนเก่าว่า เธออาจจะคิดถึง ไอเดียของการมีเค้าคนนั้นอยู่หรือความเป็นตัวเค้า แต่ไม่ได้คิดถึงตัวของคนๆ นั้น
แฮรรี่ พูดว่า ไม่อ่ะ เขาคิดถึงผู้หญิงคนนั้นแบบเต็ม ๆ
สำหรับฉัน มันเป็นความคิดถึงความรู้สึกที่ได้คิดถึงคน ๆ นั้น
ก็เท่านั้นเอง...
ยังไงก็ตาม
ขอให้เวลาที่ทุกคนจะเข้าใจหัวใจตัวเอง
อย่าได้ใช้เวลานานนักเลย
วันนี้รักน้ำรินน้อย ๆได้
.
แต่ขอให้วันนี้มากกว่าเมื่อวาน
.
.
และน้อยกว่าวันพรุ่งนี้
.
.
และไม่มีที่จะหมดไป
(แอบเอาเพลงเรื่อง once ที่ขโมยมาจากไดหัวหน้าหมู่ มาลงไว้
ความรักแบบไม่สมหวังก็สวยงามได้ ความรักที่ไม่มีเซ็กซ์ก็เบ่งบานได้ และความรักกับมิตรภาพดี ๆ มันก็สิ่งเดียวกันนั่นแหละ)
12 ปี 3 เดือน เป็นเวลาที่นานไปรึเปล่า
เวลาสั้น หรือเวลายาว บอกได้ซะเมื่อไหร่ ว่าความรักนั้นเป็นของจริง
ต้องให้เจ็บกี่ครั้ง ปวดใจอีกกี่ที
โชคดี ที่คิดว่าตัวเองรู้ตัวเร็ว ฮ่าๆ
พึ่งดู When Harry met Sally จบไปเมื่อกี้หลังจากไม่ได้ดูมานานมากกกก
( แอบสะท้อนใจเรื่องแฟชั่นในหนังเล็กน้อย
ถ้าต่อไป ลูกมาดูรูปเราตอนนี้ อาจจะคิดว่า แม่เชยน่าดู)
สิบเอ็ดปี...
แฮรรี่ กับแซลลี่ ใช้เวลาสิบเอ็ดปี กว่าจะยอมรับว่าเค้าสองคนรักกัน
นานไปรึเปล่า
หรือว่าต้องใช้เวลาขนาดนั้นเพื่อที่จะยอมรับตัวตนของกันและกันได้ทั้งหมด
หรือต้องใช้เวลานานขนาดนั้นเพื่อที่จะขจัดความกลัวความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นอีก
...."มันเป็นสิ่งลึกลับ.." คนเขียนบทเรื่องนี้บอก
บทสนทนาระหว่างพระเอกกับนางเอก แสดงความแตกต่างทางความคิดของผู้ชายกับผู้หญิงมากเลย
ไม่สิต้องเป็นความต่างของคนสองคน (ไม่มีเพศมาเกี่ยวข้อง)
แซลลี่พูดถึงแฟนเก่าว่า เธออาจจะคิดถึง ไอเดียของการมีเค้าคนนั้นอยู่หรือความเป็นตัวเค้า แต่ไม่ได้คิดถึงตัวของคนๆ นั้น
แฮรรี่ พูดว่า ไม่อ่ะ เขาคิดถึงผู้หญิงคนนั้นแบบเต็ม ๆ
สำหรับฉัน มันเป็นความคิดถึงความรู้สึกที่ได้คิดถึงคน ๆ นั้น
ก็เท่านั้นเอง...
ยังไงก็ตาม
ขอให้เวลาที่ทุกคนจะเข้าใจหัวใจตัวเอง
อย่าได้ใช้เวลานานนักเลย
วันนี้รักน้ำรินน้อย ๆได้
.
แต่ขอให้วันนี้มากกว่าเมื่อวาน
.
.
และน้อยกว่าวันพรุ่งนี้
.
.
และไม่มีที่จะหมดไป
(แอบเอาเพลงเรื่อง once ที่ขโมยมาจากไดหัวหน้าหมู่ มาลงไว้
ความรักแบบไม่สมหวังก็สวยงามได้ ความรักที่ไม่มีเซ็กซ์ก็เบ่งบานได้ และความรักกับมิตรภาพดี ๆ มันก็สิ่งเดียวกันนั่นแหละ)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)