วันศุกร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

จะร้องไห้ทำไม ไม่ได้ตายจากกันซะหน่อย

ตรอมใจ
เพราะอะไร ๆ มันเปลี่ยนแปลงไป
เพราะเราโตขึ้น ชีวิตต้องก้าวต่อไป เธอก็เช่นกัน
แล้วร้องไห้ทำไม...

ร้องไห้ให้กับความคุ้นชิน
ร้องไห้ให้กับความผูกพันในรูปแบบเดิม

วันนี้นุชย้ายออกจากหอ
จ๋อยไปเลย
ชีวิตรูปแบบเดิม ๆ เปลี่ยนไปแล้ว

ร้องไห้ให้กับความเปลี่ยนแปลงอันเป็นรูปธรรม
ร้องไห้ให้กับความสับสนใจในชีวิตของตัวเอง

แล้วอาทิตย์หน้ามุกก็กำลังจะย้ายออกอีก
เหงาว่ะ
ความผูกพันธ์มันร้ายยยยยย

ไม่เป็นไร
ตอนนี้มะนไม่ใช่ศูนย์
ความรักมีแต่จะมากขึ้น ๆ

รักแล้ว รักจริง

แล้วเวลาเสียใจ
ก็เสียใจจริงๆ..

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Like you'll never see me again

If I had no more time
No more time left to be here
Would you cherish what we had?
Was it everything that you were looking for?
If I couldn’t feel your touch
And no longer were you with me
I’d be wishing you were here
To be everything that I’d be looking for
I don’t wanna forget the present is a gift
And I don’t wanna take for granted the time you may have here with me
‘Cause Lord only knows another day is not really guaranteed

So every time you hold me
Hold me like this is the last time
Every time you kiss me
Kiss me like you’ll never see me again
Every time you touch me
Touch me like this is the last time
Promise that you’ll love me
Love me like you’ll never see me again


How many really know what love is?
Millions never will
Do you know until you lose it


That it’s everything that we are looking for
When I wake up in the morning
You’re beside me
I’m so thankful that I found
Everything that I been looking for

I don’t wanna forget
the present is a gift

And I don’t wanna take for granted the time you may have here with me
‘Cause Lord only knows another day is not really guaranteed

ถึงจุดนี้ ฉันก็ยังคงงงกับสิ่งที่เป็นมาเป็นไป
ฉันยังไม่รู้ ยังไม่มั่นใจ
ว่าฉันรักเธอและเธอจะรักฉันเช่นเดียวกันหรือไม่
และเธอจะเป็นคนสุดท้ายในชีวิตที่ฉันจะรักรึเปล่า
เพียงแต่ว่าตอนนี้...
ฉันก็ขอแค่ให้เราได้ลองมีเวลาร่วมกัน
เรียนรู้ที่จะรักกันไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน
อยากจะฉกฉวยเวลาที่ดี ๆ ที่เรายังจะมีได้
เพราะไม่รู้ว่าทุก ๆ ครั้งที่เราต้องเดินแยกจากกัน
อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
ปัจจุบันคือของขวัญ
และปัจจุบันของฉันก็คือ เธอ...

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

กระต่ายตามจันทร์

กระต่ายตัวน้อยวิ่งไล่ตามพระจันทร์
ใจมันก็คิดว่าพระจันทร์ ดูสวยดี ก็เลยอยากได้
มันวิ่งตามจนสุดกำลัง
ตกน้ำ ตกหน้าผา มันก็ไม่เคยท้อ วิ่งตามต่อไป...
สุดท้าย มันก็ได้พระจันทร์มาครอบครองดังหวัง
ในใจก็ดีใจที่ทำสำเร็จ
แต่พอมามีพระจันทร์อยู่ในอ้อมกอดแล้ว
มันก็ถามตัวเองว่า นี่เป็นสิ่งที่มันต้องการจริง ๆ รึเปล่า
มันไม่กล้าถามใจตัวเองว่า
ถ้าไม่ได้พระจันทร์มา มันจะอยู่ได้รึเปล่า
มันกลัวว่าคำตอบจะทำให้สิ่งที่มันทำมาทั้งหมดไม่มีความหมาย
แต่มันก็ไม่กล้าปล่อยพระจันทร์ให้กลับไปลอยอยู่บนท้องฟ้า
เพราะมันไม่กล้าจะเสี่ยง
ให้ตัวเองต้องสูญเสียอะไรไป
แต่ยังไงก็ตาม พระจันทร์ที่อยู่ในอ้อมแขนของมัน
ก็ทำให้มันมีความสุขมากทีเดียว

วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

แท๊กซี่สีม่วง

บางวัน ก็เป็นวันที่ใจซบเซา
เป็นวันที่เศร้า เหงาไปเองคนเดียว
อะไร ๆมันไม่ได้ดั่งใจเลยซักอย่าง
ถึงแม้ว่าจะบอกให้ใจตัวเองไม่ให้คาดหวัง
แต่สุดท้าย มันก็อดหวังขึ้นมาไม่ได้อยู่ดี
เราไม่ควรที่จะตั้งความหวังอะไรเลยอย่างนั้นรึเปล่า

บางครั้งก็ให้อย่างไม่ได้อยากได้อะไรกลับมา
แต่บางครั้ง ก็อยากได้รับอะไรๆ เท่าที่เราให้ไป

ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย
อยากจะรัก อยากจะทำให้ แบบไม่หวังอะไรเลยจริง ๆ

ไม่ชอบตัวเองที่เป้นแบบนี้เลย
ไม่ใช่ความผิดของใครเลย แต่เป็นความผิดของฉันเองจริง ๆ

อยากจะได้รับรู้ ว่าเธอยังคิดถึงกันอยู่ แม้เวลาไม่ได้อยู่ด้วยกัน
อยากให้แสดงออกมา ว่าเราไม่ได้ห่างกัน

อยากให้เธอยอมรับความงอแงบ้าบอของเรา
และอยากให้เธอยอมรับว่าเรากำลังเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อเธอ

สุดท้าย...ฉันคู่ควรที่เธอจะรักรึเปล่านะ
สุดท้าย...ฉันคู่ควรที่จะถูกใครรักรึเปล่า

วันที่ใจซบเซา
แล้วก็บ้าบอไปตามประสา

อยากให้เข้าใจ
ปล่อยมันผ่านไป
แล้วก็รักฉันให้มากขึ้น
ก็เท่านั้นเอง

วันนี้ไม่ได้เจอเธอ
สิ่งเดียวที่ทำให้ดีใจขึ้นมาหน่อย
คือการได้นั่งรถแท๊กซี่สีม่วงกลับบ้าน

แท๊กซี่สีม่วงดีจริง ๆ ด้วย
คนขับเป็นคุณลุงผมขาวยาวมัดรวบไว้ข้างหลัง
ฟังเพลงยุคซิกส์ตี้ และเข้าวัดเข้าวา
ได้รับหนังสือสวดมนต์หนึ่งเล่ม

อย่างน้อยวันนี้ไม่มีเธอ
แต่ก็มีคุณลุงแท๊กซี่สีม่วง
ก็ยังดี...