วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2550

Vita Brevis

Vita Brevis... ชีวิตนี้ช่่างสั้นนัก

ชีวิตช่างสั้น แต่ทำไมความทรงจำมันยาวนาน...


พอสอบเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเคลียร์ห้องซักที คราวนี้เป็นการจัดเก็บครั้งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่าน ๆ มา

รื้อค้นเก็บแยกทิ้งจัดปัดเป่ากล่องหนังสือและกล่องแห่งความทรงจำทั้งหลายแหล่ ก็บังเอิญไปเจอหนังสือเล่มนึงเข้า จำได้ว่าซื้อมาตอนงานหนังสือ ในบู้ทมติชนที่ลดราคาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

ด้วยความเป็นเด็กหรือด้วยความขี้เกียจอะไรซักอย่างพอเปิดอ่านไปได้สองสามหน้าก็วางและเก็บเข้ากล่องคราวนี้เลยหยิบขึ้นมาอ่านใหม่อีกครั้งอย่างจริงจัง

มันเป็นหนังสือที่โยสไตน์ การ์เดอร์ ผู้แต่ง "โลกของโซฟี" แปลมาจากภาษาละติน ซึ่งพ่อการ์เดอร์เนี่ยก็โชคดีซะจริง จริ๊ง ไปบังเอิญเจอต้นฉบับจดหมายที่มีชื่อว่า "Codex Florie" ในร้านขายหนังสือเก่าระหว่างการเดินเล่น
Vista Brevis จดหมายรักถึงนักบุญ สำนวนแปลของคุณกษมา สัตยาหุรักษ์ เป็นบทแปลของจดหมายของหยิงสาวที่ใช้นามว่า "ฟลอเรีย" เขียนถึงสังฆนายกชื่อดัง ออเรลีอุส ออกุสติน หรือ St. Augustin นักเทววิทยาและผู้นำของโบสถ์ ผู้ซึ่งใช้เวลาเกือบค่อนชีวิตอยู่ในแอฟริกาเหนือนับแต่กลางศตวรรษที่ 4


เรื่องของเรื่องก็คือ นักบุญออกุสติน เขียนหนังสือเรื่อง "คำสารภาพ" ซึ่งเป็นการสารภาพบาปต่อพระเยซูคริสต์ ในคำสารภาพบาปของเขา ก็ได้พูดถึงเรื่องความรู้สึกผิดบาปในกามอารมณ์และความรู้สึกรักใคร่ ที่เขาเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระเจ้า คราวนี้เลยร้อนถึง ฟลอเรีย ซึ่งเป็นภรรยานอกสมรสของออกุสตินก่อนที่ออกุสตินจะถูกแม่บังคับให้แต่งงาน ตัดสินใจเขียนจดหมายหลังจาก หลวงพ่อแห่งคาร์เธจเอาคำสารภาพบาปมาให้เธออ่าน โดยที่ท่านหารู้ไม่ว่า ได้ส่งมอบบันทึกอดีตที่เจ็บปวดให้กับเจ้าของความทรงจำนั้นเอง ฟลอเรียจึงเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อยืนยันและตอบโต้กับงานเขียนสารภาพบาปของออกุสตินว่าความรักที่เขาและเธอมีให้ต่อกันนั้น เป็นความรักที่บริสุทธิ์ มิใช่ตัณหาราคะที่จะนำพามนุษย์ให้ไกลห่างจากพระเจ้า

ฉันคิดว่าเธอเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยความขมขื่นที่สุด

ใครจะรู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ ที่ทั้งเขาและเธอไม่ได้อยู่ร่วมกันในฐานะคนรัก และใครจะรู้ว่านานเท่าไหร่ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งไม่เคยหมดรักในตัวผู้ชายคนหนึ่งเลย ฟลอเรียเริ่มจดหมายอันขมขื่นของเธอว่า



"ว่าไปแล้ว ดูจะเป็นเรื่องไม่คุ้นเคยเท่าใดสำหรับข้า

ที่ต้องเอ่ยนามท่านในลักษณะเช่นนี้ จำเนียรกาลที่ผ่าน

พ้นข้าเคยเขียนถึงแต่ ออเรลน้อยผู้ซุกซนของข้า

วันวารล่วงมากว่าสิบปีที่ท่านเคยโอบกอดข้าไว้

ปัจจุบันหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปแล้ว..."

นั่นสินะ จะมีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง

ฉันไม่คิดว่าฟลอเรียจะเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยความโกรธ ฉันว่าเธอต้องเศร้ามากเลย ในขณะที่เขียนเธอคงคิดถึงความทรงจำที่มีความสุขมากมาย เวลาที่ได้รักกัน เวลาที่ได้เป็นที่รัก และเวลาที่ความรักมันจับต้องได้

ความทรงจำหนึ่งที่แจ่มชัดที่เธอชอบอ้างถึงบ่อย ๆ คือตอนที่ ทั้งสองเดินข้ามแม่น้ำ แล้วออกุสตินก็บอกให้เธอหยุดเดิน"ด้วยการวางมือที่เปี่ยมด้วยรัก"ลงบนบ่าของเธอและขอสูดกลิ่นหอมของผมของเธอ เธอไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่เขาทำหมายความว่าอะไร แต่สิ่งที่เธอรู้ ก็คือความรักที่ทั้งคู่เคยมีต่อกัน ภาพแห่งความสุขที่เดินเล่นด้วยกัน

มันทั้งสุขและเศร้าออก เวลาคิดถึงภาพความทรงจำดี ๆ ในอดีตที่มีความสุข แต่ในขณะเดียวกันมันก็เศร้าเพราะความสุขแบบนั้นมันจะไม่กลับมาอีกแล้ว...แล้วยิ่งขมขื่นเข้าไปใหญ่สำหรับฟลอเรีย เมื่อคนรักของเธอออกมาประกาศว่า สิ่งที่เธอคิดว่ามันเป็นความสุขนั้นมัน..ผิด..

และเธอต้องเป็นคนที่รักศักดิ์ศรีมากทีเดียว แม้ว่าจดหมายของเธอจะแสดงความสิ้นหวังในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างที่สุด แต่เธอก็พยายามต่อสู้เพื่อความชอบธรรมในความเชื่อและความรักของเธอ เพราะนอกจากที่จะถูกกีดกันไม่ให้อยู่กับลูกและคนรักแล้ว เธอยังถูกกีดกันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีความผิดเพราะว่าเธอเกิดเป็น"สตรี"ผู้ซึ่งขัดขวางความความเจริญของ"บุรุษเพศ" ฟลอเรียพยายามอย่างมาก ที่จะพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วพระเจ้าย่อมรักมนุษย์เท่าเทียมกัน และความรักระหว่างชายหญิงจะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ใกล้ชิดพระองค์

เฮ้อออ สุดท้าย ก็ไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนี้จะส่งถึงออกุสตินรึเปล่า เขาจะได้อ่านรึเปล่า อาจจะเป็นได้ที่ฟลอเรียตัดสินใจไม่ส่งจดหมายฉบับนี้ไป

การอยากจะสื่อสารกับคนที่เรารัก ในขณะที่คนคนนั้นพยายามจะทำตัวห่างเหินออกไป มันคงทำใจลำบากนะ
เกิดเป็นผู้หญิง บางทีจะทำอะไรได้...นอกจากเก็บความเศร้าไว้กับตัว แล้วเขียนจดหมายที่ไม่ได้ส่งเท่านั้น!!


อ่านหนังสือจบ เก็บของเสร็จ ความทรงจำถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น
บางอันก็ลืมไปแล้วว่าเคยมีอยู่ เคยเกิดเรื่องแบบนี้อยู่
คนเราเป็นสัตว์โลกที่มีกลไกร่างกายเข้าข้างตัวเองมากที่สุดแล้วแหละ
จำเรื่องที่อยากจำ พยายามลืมเรื่องที่อยากลืม (แม้จะทำไม่สำเร็จเท่าไหร่) และก็สร้างความรงจำใหม่ที่ตัวเองต้องการขึ้นมา


แล้วความทรงจำที่ทั้งรักและทั้งเกลียดล่ะ จะจัดการกับมันยังไงดี...


Vista Brevis ชีวิตช่างสั้น วันเวลาเพ้อฝันเรื่องรักจะเป็นได้มากกว่าอากาศหรือ !




"คนเราไม่ได้อยู่ค้ำฟ้านะออเรล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรไขว่คว้าวันเวลาที่ได้รับมา"




3 ความคิดเห็น:

pouring water กล่าวว่า...

นี่ไงทุกคนน ตอนนี้เม้นได้แล้วจริง ๆ นะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

หนังสือน่าอ่านดี เหมือนจะเคยเห็นๆ อยู่

ความรักที่เขาและเธอมีให้ต่อกันนั้น เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระเจ้า?

บางทีความรัก(ที่บริสุทธิ์)ต่างหากที่นำพามนุษย์ให้เข้าหาพระเจ้า(ธรรมชาติ)

ป.ล. ขอเดาว่าฟลอเรียส่งจดหมายฉบับนั้นไปแล้ว

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วรู้สึก absurd จริงๆ ด้วย ...